Dynamite Warrior คนไฟบิน

postertheme2b

เรื่องย่อ :: หลังจากที่ได้ทำการรีวิวหนังของแอ็คชั่นสตาร์อันดับหนึ่งของไทยอย่างคุณ โทนี่ จา – ทัชชกร ยีรัมย์ ไปแล้ว คราวนี้ก็ขอนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับแอ็คชั่นสตาร์อีกคนหนึ่ง ที่ความจัดจ้านของฝีมือไม่แพ้คุณจาเลย นั่นก็คือคุณเดี่ยว – ชูพงษ์ ช่างปรุง หรือ แดน ชูพงษ์นั่นเอง กับหนังแอ็คชั่นเรื่องเดียวที่เขาได้เป็นพระเอกเต็มตัวนั่นก็คือ ฅนไฟบิน หรือ Dynamite Warrior นั่นเอง เป็นที่น่าเสียดายที่ชื่อเสียงของเดี่ยวยังสู้จาไม่ได้ แถมยังถูกกลบรัศมีจากนักบู๊สาว จีจ้า – ญาณิน วิสมิตะนันทน์ มิหนำซ้ำหนังเรื่อง องค์บาก 3 ที่มีเดี่ยวเล่นเป็นตัวร้ายสุดของเรื่องก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทำให้หลายคนเกือบจะลืมชื่อของเขาคนนี้ไปแล้ว แต่ในวินาทีที่หนังบู๊ไทยในตอนนี้เริ่มสะเปะสะปะและเสียดุลพอสมควร การหันกลับไปดูหนัง Thai Martial Arts ในอดีต ก็ดูจะเป็นอะไรที่แก้กลุ้มได้ดีพอสมควร กับ ฅนไฟบิน นี้ แม้มันจะไม่ใช่หนังที่ดีอะไรมากมาย แต่เรื่องของคิวบู๊ก็ถือได้ว่าเร้าใจไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน ฅนไฟบิน เป็นผลงานการกำกับของ เฉลิม วงศ์พิมพ์ ผู้กำกับเลือดอีสานที่มีความสามารถในการหยิบจินตนาการมาผสมกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้ดีคนหนึ่ง ผลงานเด่นๆของเขาที่ผ่านมาก็คือ 7 ประจัญบาน ทั้ง 2 ภาคนั่นเอง จนเมื่อวันหนึ่งเฉลิมได้ค้นพบว่า งานถนัดของตนคือหนังแนวแอ็คชั่นคอเมดี้ เฉลิมจึงเกิดความคิดที่จะทำหนังแอ็คชั่นอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่เพียงแค่ระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่ยังสอดแทรกด้วยคิวบู๊แบบมวยไทยอันเร้าใจ ขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตแบบคนอีสาน และแฝงจินตนาการแบบแฟนตาซีเข้าไปเพื่อให้มีความแหวกแนวมากขึ้น น่าเสียดายที่แม้ว่าจะพยายามสอดแทรกความสนุกไปเท่าไร ทว่าด้วยบทหนังที่ทำให้เนื้อเรื่องเบาโหวง ฅนไฟบินจึงถูกจดจำว่าเป็นได้แค่เพียงหนังบู๊คั่นเวลาก่อนหน้าที่องค์บาก 2 จะเข้าฉายไปอย่างน่าเสียดาย ย้อนกลับไปในปีพุทธศักราช 2398 ซึ่งเป็นปีที่ไทยได้ทำสนธิสัญญาทางการค้ากับ เซอร์จอห์น บาวริ่ง จนเกิดเป็น สนธิสัญญาบาวริ่งขึ้นมา ทำให้เกิดนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลงขึ้นเกี่ยวกับแวดวงเกษตรกรรมในประเทศไทย โดยเฉพาะแวดวงชาวนา เนื่องจากมีรถไถยนต์เข้ามาขาย วัวควายจึงหมดประโยชน์ต่อการใช้งานอีกต่อไป จึงเกิดอาชีพหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า นายฮ้อย คือผู้นำที่คอยต้อนควายที่ไม่ได้ใช้งานแล้วไปขายต่อ ในบรรดานายฮ้อยเหล่านั้น ยังมีนายฮ้อยผู้หนึ่งที่เป็นที่ครั่นคร้ามแก่นายฮ้อยทั่วไป เพราะเขาผู้นี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนายฮ้อยที่มีวิชาอาคมและฝีมือการต่อสู้เก่งที่สุด นั่นคือ นายฮ้อยสิงห์(สามารถ พยัคฆ์อรุณ) แต่ในขณะที่อาชีพนายฮ้อยกำลังอยู่ในยุคบูมนั่นเอง ยังมีคนผู้หนึ่งที่หาได้ภูมิใจด้วยไม่ นั่นคือ พระยาแหว่ง(ลีโอ พุฒ) พระยาหนุ่มที่มีปากแหว่ง ด้วยความที่ตนนำเอารถไถยนต์เข้ามาขาย และต้องการที่จะกำจัดควายให้หมดไป เพื่อให้เหล่าเกษตรกรหันมาซื้อรถไถยนต์ที่ตนเองอิมพอร์ทเข้ามาขายนั่นเอง จึงมีคำสั่งให้ โจรก่องข้าวน้อย(สมเดช แก้วลือ) พาพวกออกไปปล้นวัวควาย แล้วฆ่าพวกนายฮ้อยให้หมดเสีย แต่ภารกิจของพวกมันหาได้เสร็จสิ้นโดยง่ายไม่ เนื่องจากยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ไม่เข้าพวกกับใคร นอกจากชาวบ้านตาดำๆที่เป็นทุกข์เป็นร้อนเพราะขาดควายไถนา เขาคือ โจรบั้งไฟ(ชูพงษ์ ช่างปรุง) โจรหนุ่มที่มีบั้งไฟและตะไลเพลิงเป็นอาวุธ คอยปล้นควายของพวกนายฮ้อย เพื่อเอามาแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่ขาดควายไถนา ทว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของโจรบั้งไฟ ก็คือเพื่อสืบหานายฮ้อยสิงห์ เพราะเขาเชื่อว่านายฮ้อยสิงห์คือคนที่ฆ่าพ่อแม่ของตนในอดีต การปรากฏตัวของโจรบั้งไฟ ทำให้พระยาแหว่งชักไม่มั่นใจที่จะรับมือ จึงไปหา ปอบดำ (พันนา ฤทธิไกร) จอมขมังเวทย์ให้ช่วยเหลือ แผนการของปอบดำและพระยาแหว่งทำให้โจรบั้งไฟเข้ามาเป็นพวกได้โดยง่าย เนื่องจากโจรบั้งไฟ หรือ ชื่อจริงว่า เซียง เกิดมีความรักกับ อีสาว(กัญญาภัค สุวรรณกูฏ) ลูกสาวของปอบดำ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับมีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่าคำว่า “หลอกใช้” และสิ่งนี้เองที่โจรบั้งไฟต้องใช้ความสามารถทั้งหมดของตนเพื่อกำจัดเหล่าร้ายและคู่อริอย่างนายฮ้อยสิงห์ให้ได้

This entry was posted in ไม่มีหมวดหมู่ and tagged , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.